Browsing "Older Posts"

Browsing Category " ข้อควรระวัง "

ฤดูนี้อันตราย !! กินหอยเช็คให้ดี ดูซิว่าอ้าปากรึเปล่า ?

By JodonP → วันอาทิตย์ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2557


วันนี้เราลองมาพูดเรื่อง "หอย" กันบ้าง  หอยมีหลายชนิด ส่วนใหญ่ที่เรารู้จักก็มักจะเป็นหอยที่กินได้ทั้งนั้น บางคนนั้นชอบกินหอยเป็นชีวิตจิตใจ ไปตลาดทีไร มักจะซื้อกลับบ้านทุกที ^^

แต่....

คุณเคยสังเกตกันบ้างหรือไม่ ?

เวลาเราซื้อหอยมาประกอบอาหาร ไม่ว่าจะเป็นหอยลาย หอบแมลงภู่ หอยแครง ฯลฯ หอยทุกชนิดที่ซื้อมา เวลาเราจะนำมาทำความสะอาดก่อนทำอาหาร หอยบางตัวจะเห็นว่าฝาทั้ง 2 ข้าง(เหมือนกับหอยอ้าปากออก) ไม่ปิดสนิท เพราะมันตายแล้วหรือใกล้ตาย ก็เพราะว่าตรงบริเวณเปลือกของมันจะมีเส้นเอ็นอยู่ 2 เส้น มีหน้าที่คอยดึงเปลือกทั้ง 2 ข้างให้ทำการเปิดและปิด หอยที่ถูกจับมาขายในตลาดส่วนมากจะตายแล้ว และเมื่อหอยตายแล้ว เอ็นทั้ง 2 ข้างจะตายไปด้วย และเกิดการหย่อยยานจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ฝาทั้ง 2 ข้างของหอยเปิดออกจากกัน

ทุกครั้งก่อนที่เราจะรับประทานหอย จะสังเกตได้ว่าจะต้องเอาหอยไปลวกน้ำร้อนเสมอ เพื่อให้เส้นเอ็นที่ติดอยู่ตรงเปลือกหอยหลุดออกไป ฝาของมันทั้ง 2 ข้างจะได้อ้าออกจากกันอีก เพื่อให้ง่ายในการแกะเอาเนื้อหอยออกมารับประทาน แต่ถ้ามันไม่อ้าออก ก็ลองดูอีกครั้งหนึ่งครับ เผื่อว่าอาจจะสุกพอ หรือ อาจจะไม่ตายเลยก็ได้นะครับ ดังนั้นเช็คดูให้ดีๆด้วยครับ เพราะหอยบางชนิดนั้น ถ้าเราปรุงไม่สุก มีความเสี่ยงสูงครับที่จะเกิดอาการ อาหารเป็นพิษ ท้องร่วงได้

โดยเฉพาะฤดูนี้ครับ ร้อนตับแตก ถึงแม้ว่าจะย่างเข้าสู่หน้าฝนแล้วก็ตาม อากาศร้อนอาหารก็ปูดไว เชื้อโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหารระบาด จะกินอาหารอะไรก็ควรระมัดระวังให้มากครับ อาหารทะเลสำหรับพื้นที่ๆห่างไกลทะเลแล้ว การขนส่งย่อมใช้เวลา และกระบวนการที่มากขึ้น มีความเสี่ยงมากขึ้น ดังนั้นจะกินหอยทะเล ดูให้ดี อย่าเอาชีวิตไปเสี่ยงกับหอยตัว สองตัว เดี๋ยวจะคางเหลืองเพราะ "หอย" นะครัฟผม ^^

อันตรายที่มาจากสัตว์เลี้ยง คนรักสัตว์ควรระวัง !!

By JodonP → วันศุกร์ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2557

 "สัตว์เลี้ยงแสนรักของท่าน อาจจะนำภัยมาให้โดยไม่รู้ตัว ควรระวัง"

     จากประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ ปรากฏหลักฐานที่เก่าแก่ตั้งแต่ยุคหินมาแล้วในเรื่องของสัตว์เลี้ยงของมนุษย์ ในตอนแรกเริ่มมนุษยน์เลี้ยงสัตว์เพื่อเป็นอาหาร ต่อมาเลี้ยงเพื่อใช้งาน เช่น ช่วยในการล่าสัตว์ เป็นต้น  

     ปัจจุบันนี้ มนุษย์หันมาเลี้ยงสัตว์เพื่อเป็นเพื่อน เป็นพี่ เป็นน้อง เป็นคนในครอบครัว ซึ่งกล่าวได้ว่าปัจจุบันมนุษย์เลี้ยงสัตว์เลี้ยงเพื่อตอบสนองด้านจิตใจมากขึ้น

     มนุษย์กับสัตว์เลี้ยง บางครั้งก็มีความผูกพันกันมากยิ่งกว่า มนุษย์กับมนุษย์เสียอีก ถ้าพูดถึงความเป็นอยู่ของสัตว์เลี้ยงแล้ว มีตั้งแต่อยู่อย่างยากจนข้นแค้นจนถึงสบายระดับมหาเศรษฐีก็ยังมี ดังที่หลายๆคนเคยได้ยินข่าว สุนัขพันล้าน หรือแมวพันล้าน ที่มีความเป็นอยู่สุดหรู จนคนหลายๆคนยังอดจะอิจฉาไม่ได้ คนบางคนรักสัตว์เลี้ยงยิ่งกว่าคนในครอบครัว หรือญาติพี่น้อง บางคนบ้าขนาดแต่งงานกับสัตว์ไปเลยก็มี แต่คนเหล่านี้จะรู้บ้างไหมว่าสัตว์เลี้ยงแสนรักของคุณ อาจจะนำอันตรายมาสู่คุณได้ โดยคุณรู้เท่าไม่ถึงการณ์ !!

     สำหรับคนที่รักสัตว์เลี้ยงของตนมากๆ ไม่ว่าสัตว์เลี้ยงนั้นจะเป็นชนิดใด สุนัข แมว ฯ ถึงขนาดพาเข้าไปนอนในห้องนอนด้วยรู้หรือไม่ว่า มันไม่ดีต่อสุขภาพของคุณ ผู้เชี่ยวชาญจากศูนย์ควบคุมโรคติดต่อในต่างประเทศ ได้ทำการศึกษาแล้วว่า การที่คนเราชอบนำสัตว์เข้านอนบนเตียงด้วยจะมีผลดีในเชิงจิตวิทยา เป็นการสร้างความรัก ความผูกพันระหว่างคนกับสัตว์ แต่การที่นำสัตว์เลี้ยงเข้าไปนอนในห้อง หรือนำไปนอนบนเตียงด้วย เป็นการแพร่เชื้อโรคมาสู่ตัวเราได้เป็นอย่างดี ซึ่งในบางท่านอาจคิดว่าสัตว์ของเราได้ดูแลเลี้ยงดูและรักษาความสะอาดเป็นอย่างดีแล้วและร่างกายของเราก็แข็งแรงดี แต่การที่คุณนำสัตว์เลี้ยงมานอนในห้องเป็นประจำ จะมีโอกาสทำให้คุณได้รับเชื้อโรค และเป็นสาเหตุของการเกิดโรคต่างๆ ได้ง่าย

     โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเด็ก หรือผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำควรตะหนักถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้ เช่น เคยมีกรณีที่ผู้ชายแข็งแรงเกิดเป็นโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ เนื่องจากสุนัขเลียปากที่เป็นแผลร้อนใน หรือแม้แต่มีผู้ติดโรคพิษสุนัขบ้าเพราะเชื้อพิษสุนัขบ้า อยู่ในน้ำลายของสุนัข และสุนัขบางตัวไม่แสดงอาการแต่สามารถแพร่เชื้อได้, มีกรณีที่เด็กเล็กติดเชื้อกาฬโรคจากการนำแมวมานอนบนเตียงด้วย เหตุเพราะแมวที่มีเห็บอยู่ในตัว เห็บก็มากัดเด็ก ซึ่งเห็บเป็นพาหะของกาฬโรค 

    ในบรรดาโรคที่มาจากสัตว์เลี้ยง ผมยกให้ "โรคพิษสุนัขบ้า" เป็นโรคที่อันตรายที่สุด ท่านทราบหรือไม่ว่าโรคนี้ ไม่ใช่ติดต่อเพียงแค่จากสุนัข--->คนเท่านั้นนะครับ สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทุกชนิดสามารถติดเชื้อนี้ได้ และสามารถติดต่อได้เช่นกัน  ดังนั้นไม่ว่าจะถูกสัตว์ชนิดใด กัด ข่วน ก็เสี่ยงด้วยกันทั้งนั้น  

     และที่สำคัญเลย ในเรื่องของวัคซีน ถึงแม้ว่าสัตว์เลี้ยงของท่านจะได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้าแล้วก็ตาม  อย่าประมาทเด็ดขาด เพราะวัคซีนไม่สามารถป้องกันได้ 100% ทางที่ดีที่สุด ไม่ว่าท่านจะถูก กัด ข่วน หรืออะไรก็แล้วแต่ ทำให้เกิดแผล สัมผัสน้ำลาย ของสัตว์ หรือที่คิดว่าอาจจะติดเชื้อได้ ควรฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าเสียก่อน แม้สัตว์เลี้ยงจะไม่แสดงอาการใดๆก็ตาม เพราะเชื้อชนิดนี้สามารถอยู่ในตัวสัตว์ ตัวคน ได้เป็นระยะเวลาเป็น 10 ปีครับ น่ากลัวมาก.. อย่าประมาทครับ

     ดังนั้น ถ้าเรารักสัตว์ จะเลี้ยงสัตว์ ก็ควรคำนึงถึงความปลอดภัยในสุขภาพของตัวเราเองด้วย ไม่เช่นนั้นก็จะเป็นผลร้ายต่อตัวเอง โดยที่เราไม่รู้ตัว และอาจจะสายเกินไปที่จะแก้ไขก็เป็นได้ ด้วยความปราถนาดีครับ